ตำนานมวยไทย

มวยไทย ได้เกิดขึ้นมานานแล้วและอาจเกิดขึ้นมาพร้อมๆกับชาติไทย เพราะมวยไทย เป็นศิลปประจำชาติไทย สมัยก่อนจะมีการฝึกฝนอยู่ในกลุ่มทหาร  เพราะประเทศไทยมีการ รบกันกับประเทศเพื่อนบ้านบ่อยครั้ง การสู้รบในสมัย นั้นจะมีแค่ดาบ จึงเห็นว่าการรบด้วย ดาบเป็นการรบพุ่ง ที่ประชิดตัวมากเกินไป บางครั้งคู่ต่อสู้อาจเข้ามาฟันเราได้ง่าย คนสมัยก่อน จึงได้ฝึกหัดเตะคู่ต่อสู้เอาไว้ เพื่อคู่ต่อสู้จะได้เสียหลัก แล้วจะได้เลือกฟันง่ายขึ้น ทำให้คู่ต่อสู้แพ้ได้ วิชามวยไทยจึงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนแม่ไม้มวยไทย คือการผสมผสาน โดยใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก เพื่อการรุก หรือรับ ในการต่อสู้ โดยจะดัดแปลง พลิกแพลง เพื่อนำไปใช้ให้ได้ผล แล้วตั้งชื่อ ท่ามวย นั้นๆ ตามลักษณะท่าทางให้จดจำได้ง่าย เมื่อมีท่ามวยมากขึ้น จึงจัดแบ่ง เป็นหมวดหมู่ หรือตั้งชื่อให้คล้องจองกัน เพื่อจะได้จำง่าย

จะว่าไปแล้วบรรพบุรุษของเรา มีความเฉลียวฉลาดในการคิดค้นดัดแปลงและ พลิกแพลงในการใช้อวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ป้องกัน ส่วนที่อ่อนแอของร่างกายได้เป็นอย่างดี ยากที่จะหาการต่อสู้แบบนี้ของประเทศอื่นมาเทียบ

  •   มวยไทย แบ่งออกเป็นหลายแขนง สายตามท้องที่ หรือภาค ดังนี้
  •   มวยท่าเสา หรือมวยทางภาคเหนือ มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องความคล่องแคล่ว ว่องไว รวดเร็ว เด็ดขาด มีลีลาท่าทาง สวยงามและมีประสิทธิภาพ
  •   มวยโคราช จะเน้นไปที่ความหนักของอาวุธที่ออก ลักษณะการ เตะ ต่อย เป็นวงกว้าง นิยม คาดเชือก รอบแขนจนจรดข้อศอก เพื่อใช้รับการเตะ ที่หนักหน่วงรุนแรง
  • มวยลพบุรี จะเน้นที่การออกหมัดที่ฉลาด และ แหลมคม เน้นหมัดตรง การคาดเชือก จึงคาดเพียงประมาณครึ่งแขน สุดท้ายคือมวยไชยา เป็รการป้องกันตัวที่ได้รับการยอมรับดี เน้นไปที่ ศอก และ เข่า เป็นหลักลักษณะการรุก-รับ รัดกุม  การคาดเชือกจึงนิยมคาดเพียง คลุมรอบข้อมือ เพื่อกันการซ้น หรือเคล็ด เท่านั้น

จริงๆแล้ว มวยไทยจึงเป็นที่มาของ “หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา ไวกว่าท่าเสา’” ส่วนมีบุคคล ที่เป็นนักมวยในตำนานของประเทศไทย นายขนมต้ม เป็นยอดนักสู้ ผู้แสดงเชิงมวยให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวต่างชาติ ปัจจุบันนี้ชาวต่างชาติต่างก็พา กันยอมรับในมวยไทยว่าเป็นศาสตร์ และเป็นศิลปะ การต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์และทรงพลัง โดยที่ต่างประเทศก็ยังมีการฝึกสอนมวยไทย ให้กับชาวต่างชาติอีกด้วย